คาเฟ่ 24 ชั่วโมง ย่านอนุสาวรีย์ ฟรี WIFI อาหารอร่อย มีบรอดเกมส์ด้วย ที่ Let's Say Cafe : 24 Hours


" คาเฟ่น่านั่ง เปิด 24 ชั่วโมง ฟรีไวไฟ ย่านอนุสาวรีย์ เดินทางง่าย ใกล้ BTS มีบรอดเกมส์ด้วย "

อยากติวหนังสือ อยากนั่งทำงาน อยากเล่นเกมส์ ต้องมาที่นี่เลย!! Let's Say Cafe คาเฟ่เปิด 24 ชั่วโมง มีทั้งอาหารอร่อย โต๊ะนั่งทำงาน และบอร์ดเกมส์ ตั้งอยู่ที่ย่านอนุสาวรีย์ เดินทางสะดวก ไม่ว่าจะเป็น BTS, รถตู้, รถโดยสารประจำทาง, หรือจะขับรถมาเองก็ได้เช่นกัน!!





Let's say Cafe ตั้งอยู่ข้าง ๆ สวนสันติภาพ เดินเข้ามาในซอยราชวิถี 3 เดินเข้ามานิดเดียว ก็จะเจอร้านอยู่ทางขวามือ เป็นประตูกระจกใส ๆ ใครเจอแล้ว ก็เดินเข้ามากันเลยค่ะ


สำหรับใครที่อยากมานั่งติวหนังสือกับเพื่อน หรือมานั่งทำงาน ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะโต๊ะไม่พอ ไม่มีปลั๊กไฟ เพราะว่าที่นี่เค้ามีโต๊ะไว้รองรับลูกค้ามากมาย อีกทั้งในส่วนของปลั๊กไฟ ถ้าเพื่อน ๆ มากันหลายคนแล้วต้องการปลั๊กเพิ่ม ก็สามารถมาหยิบปลั๊กพวงไปเพิ่มได้เช่นกันค่ะ นอกจากนี้ไฟของที่นี่เป็นแบบ Warm light ส่องสว่างทั่วทั้งร้าน จะอ่านหนังสือหรือทำงานนานแค่ไหน ก็ไม่ปวดตาเลย ^___^







หลังจากที่วางของไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เพื่อน ๆ ก็เดินมาสั่งอาหารและเครื่องดื่มตรงนี้ได้เลยค่ะ ซึ่งใบเสร็จ 50 บาทขึ้นไป สามารถรับรหัส Wifi ได้ถึง 3 ชั่วโมงเลยค่ะ (ขอความกรุณาไม่นำน้ำและอาหารจากที่อื่นเข้ามาในร้านนะคะ) อ้อ! เค้ามีน้ำเปล่าให้ดื่มฟรีด้วยนะคะ สามารถนำแก้วมากดได้จากตรงนี้เลย


ในส่วนของอาหารนั้นจัดเต็มสุด ๆ เรียกได้ว่าทางร้านมีบริการครบเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งอาหารจานเดี่ยว อาหารทานเล่น ของหวาน รวมถึงเครื่องดื่มต่าง ๆ ทั้งกาแฟ ช็อคโกแลต นม ชาเขียว ชา อิตาเลียนโซดา และสมูทตี้ก็มีค่ะ








ในส่วนของ Recommend Menu นั้น จู้จี้ขอหยิบยกเมนูเด็ด ๆ ที่มาร้านนี้ต้องสั่ง! ในแต่ละประเภทอาหารมาเรียกน้ำย่อยให้เพื่อน ๆ กันค่ะ


เริ่มต้นที่อาหารจานเดี่ยวของที่นี่ มี 2 เมนูคือ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า และ ข้าวผัดต้มยำ ที่ทางร้านการันตีว่าอร่อยมาก จนเป็น The best seller ต้องบอกเลยว่าแค่เห็นการจัดจานก็เลิฟแล้ว สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าถูกเสิร์ฟมาในจานหลุม ด้านบนตกแต่งด้วยออริกาโน่เป็นทางยาว พร้อมกับเบคอนอบกรอบ เวลาทานคู่กันจะให้ความรู้สึก Crispy ของเบคอนอบผสมกับความเข้มข้นของตัวซอส อีกทั้งเส้นสปาเก็ตตี้ก็สุกกำลังดี ไม่แข็งและไม่เละจนเกินไปค่ะ


ถัดมาในส่วนของ Grill cheese sandwiches เป็นเมนูของว่างที่เหมาะกับสาวกชีสมาก ๆ ทางร้านสอดไส้ขนมปังด้วยแผ่นชีสแบบเต็ม ๆ คำ เวลาทานจะได้รับรู้ถึงรสความเค็มของชีสมาเป็นอันดับแรก ตามด้วยรสชาติของแฮมที่ถูกสอดไส้ไว้ในแซนวิส รสชาติของซอสเหมือนกับ Cocktail ซอสเลย ซึ่งเมื่อเราทำการกัดแซนวิสที่จิ้มซอสมา จะมีความหอมของซอสแบบเฉพาะตัวลอยขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จู้จี้ขอยกให้เป็นเมนูที่เข้ากั๊นนน เข้ากันนนน จนมีความลงตัวของอาหารอีกหนึ่งเมนูค่ะ


ต่อกันที่ของว่างอีกอย่างนึงก็คือ Combo set เป็นเฟรนฟรายและนักเก็ต ทานคู่กับซอสมะเขือเทศ ในส่วนของนักเก็ตมีความกรอบ เนื้อแน่น เวลาเคี้ยวคือเด้งสู้ลิ้นมาก ๆ เฟรนฟรายมีขนาดใหญ่ กรอบนอก นุ่มในค่ะ ส่วนซอสมะเขือเทศของที่นี่มีความเข้มข้นสูง ใครไม่ชอบซอสเหลว ๆ ต้องถูกใจแน่นอน


ทานของคาวเสร็จแล้ว ก็มาทานของหวานต่อสิคะ เมนูโทสต์ของที่นี่อร่อยสุด ๆ ไปเล้ยยย มีความกรอบมากกกกก และหอมเนยมาก ๆ ด้วย ด้านบนท็อปด้วยไอศครีมช็อโกแลตชิพ เนื้อไอศครีมเนียน มีความช็อกโกแลตชิพป่น ๆ ผสมอยู่เยอะเลยทีเดียว รวมถึงวิปครีมก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีการโรยด้วยซอสช็อคโกแลตและอัลมอนด์ ให้มีเทคเจอร์กรุบ ๆ ขึ้นไปอีก ใครชอบทานโทสต์ละก็ แนะนำที่นี่เลยค่ะ


เป็นครั้งแรกที่จู้จี้ได้ลองชิมเมนูนมกุหลาบ รสชาติของนมมีความนุ่ม ละมุน หวานนิด ๆ แต่ที่เด่นสุด ๆ ของเมนูนี้คือความหอมของกุหลาบที่ตีขึ้นมายามที่เราดื่มมันค่ะ ด้านบนเป็นฟองนมโรยด้วยกุหลาบแห้ง เป็นมนูที่คิ้วท์ตี้มาก ๆ เลยค่ะ



สำหรับใครที่ชอบสะสมโปสการ์ดน่ารัก ๆ ทางร้านก็มีจำหน่ายใยราคาใบละ 20 บาทค่ะ แอบบอกว่ามีหลายลายมาก ๆ และสวย ๆ ทั้งนั้นเลย






ที่นี่มี Board game ด้วย ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 3 เมื่อขึ้นมา จะเจอกับเกมส์ต่าง ๆ วางตั้งโชว์ทั้งฝั่งซ้ายขวา ซึ่งเราสามารถหยิบมาเล่นได้หมดเลย นอกจากนี้เพื่อน ๆ ยังสามารถหยิบพอร์พมาสวมหัวให้น่ารัก ๆ ได้อีกด้วย


โต๊ะของที่นี่ มีประมาณ 7-8 ตัวค่ะ แต่ละตัวสามารถนั่งได้ 6-8 คนเลย ใครมาแค่คนเดียว สองคนก็สามารถไปแจมเล่นกับโต๊ะอื่น ๆ ได้นะคะ หรือจะเล่นเกมส์สำหรับคนเดียว สองคนเค้าก็มีให้ค่ะ ในทุก ๆ โต๊ะจะมีปลั๊กสำหรับชาร์จแบตบริการให้แก่ลูกค้าด้วยค่ะ



สำหรับเกมส์ที่ จู้จี้ได้ลองเล่นวันนี้ มีอยู่ด้วยกัน 2 เกมส์ เกมส์แรกชื่อว่า Geistes Blitz Game เป็นเกมส์แข่งกันหยิบของ ได้แก่ สมุดสีฟ้า ผีสีขาว โซฟ้าสีแดง ขวดสีเขียว และหนูสีเทา ซึ่งเราจะสุ่มการ์ดออกมา กรณีแรก ถ้าในภาพมีวัตถุและสีตรงกับสิ่งของ ให้เราหยิบสิ่งของนั้น ๆ ออกมาเช่น มีผีสีขาว ก็หยิบผีสีขาวออกมา แต่ถ้าในรูปไม่มีวัตถุและสีตรงกับของ เช่น มีหนูสีแดงและขวดสีฟ้า ให้หยิบสิ่งที่ไม่ปรากฏในรูป นั่นก็คือ ผีสีขาว นั่นเอง ใครหยิบได้ก่อนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเกมส์นี้ค่อนข้างยากกว่าเกมส์ที่แล้ว เพราะเราจะสับสนในสีและสิ่งของนั่นเอง





อีกหนึ่งเกมส์ ชื่อว่าเกมส์ยูเรก้า เป็นเกมส์ฝึกสมอง โดยจะสุ่มการ์ดมาทีละใบ จากนั้นเราจะต้องเรียงสีลูกบอลทั้งสามสี สามหลอด ให้ได้ตามภาพ โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเทออกมาหมด ห้ามใช้มือ ใครทำได้ก่อนก็พูดว่ายูเรก้า แล้วเป็นฝ่ายชนะไปเล้ยยยย ตอนแรกจู้จี้คิดว่าง่าย แต่พอเล่นจริง ๆ แล้วต้องวางแผนสุด ๆ เลยค่ะ แพ้แทบทุกตราเลย 555



สำหรับน้อง ๆ กลุ่มนี้ มาเล่นตั้งแต่ร้านเปิดเลย พี่พนักงานมาแนะนำเกมส์ใหม่ พร้อมสอนน้อง ๆ เล่น แถมยังคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ใครเล่นไม่เป็นไม่ต้องกลัวเลยค่ะ



ในส่วนของชั้น 2 ทางร้านมีบริการ Private room หรือเรียกกันในชื่อ Vanilla Box ซึ่งเราสามารถมาจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่นี่เลยค่ะ โดยเฉพาะงานศิลปะ สังคม และความหลากหลายทางเพศ สามารถรับส่วนลดพิเศษในการใช้สถานที่อีกด้วย!!!


โซนนี้ทางร้านมีทั้งโต๊ะและเก้าอี้ รองรับได้ 30 ที่นั่ง มีเบาะรองนั่ง ไมโครโฟนและลำโพง รวมถึงโปรเจ็คเตอร์ให้ครบเลยค่ะ นอกจากนี้ถ้าใครต้องการเป็นเซ็ตอาหารว่างหรืออาหารกลางวัน ก็สามารถแจ้งทางร้านให้จัดเตรียมได้ด้วยค่ะ


ค่าใช้จ่าย


N/A


ข้อมูลเพิ่มเติม


Let's Say Cafe

เปิดบริการ

วันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 11:00 - 04:00 น. (สั่งอาหารทาน Line Man ได้เช่นกัน)

วันศุกร์ - วันอาทิตย์ เปิด 24 ชั่วโมง

ช่องทางการติดต่อ

Facebook: https://www.facebook.com/LetsSayCafe/

IG: lets_say_cafe

Line: @Letssaycafe

โทร: 02 - 245 - 6134


Turn The Tables Board Game Cafe

เปิดบริการ

วันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 14:00 - 22:00 น.

วันศุกร์ - วันเสาร์ เวลา 14:00 - 24:00 น.

วันอาทิตย์ เวลา 12:00 - 24:00 น.

ช่องทางการติดต่อ

Facebook: https://www.facebook.com/tttboardgamecafe/

โทร: 092 - 760 - 8881

ราคา 40 บาท/ชั่วโมง หรือ 170 บาท/วัน

พิเศษ! วันจันทร์ - พฤหัสบดี สำหรับนักเรียน นักศึกษา เหลือ 30 บาท/ชั่วโมง

ใครที่หาที่นั่งติวหนังสือ ที่นั่งทำงาน หรือที่นั่งเล่นเกมส์ ก็อย่าลืมมาที่ Let's say Cafe นะคะ




©2020 by Joojee Journal Journey. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now