ทริปติดเกาะ จูงมือแฟนไปสวีทที่มัลดีฟส์ 4 วัน 3 คืน @Bandos Island, Maldives



" มันจะดีสักแค่ไหน ถ้าเราได้ไปสวีทกับแฟนที่มัลดีฟส์แบบส่วนตั๊ววว ส่วนตัวว.... "

สำหรับทริปการไปติดเกาะที่มัลดีฟ์กับแฟนสุดที่รักครั้งนี้ จู้จี้ใช้เวลาทั้งหมด 4 วัน 3 คืนค่ะ โดยจุดมุ่งหมายคือมาเที่ยวแบบ Private พักผ่อนแบบ Digital detox สูดอากาศบริสุทธิ์ และเสพความงดงามของธรรมชาติแบบเต็มที่ นอกจากนี้ ตอนที่จู้จี้จองที่พัก ทางเจ้าหน้าที่ของ Expedia ก็ยังช่วยแนะนำให้ Add ใน Special request ไปว่าเป็น Honeymoon Trip เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษมาเติมความหวานให้กับแฟนของเรา เอาเป็นว่า พิเศษขนาดไหน เลื่อนลงไปอ่านกันเลยค่ะ



การเดินทาง จู้จี้เลือกจองสายการบิน Thai AirAsia นั่งเครื่องจากสนามบินดอนเมือง (DMK) มายังสนามบินมาเล่ (MLE) ใช้ระยะเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น ขอแอบกระซิบว่าหากเพื่อน ๆ อยากมองเห็นวิวของเกาะที่มัลดีฟส์แบบเต็ม ๆ ตาแล้วละก็ ขาไปจากไทยให้เลือกนั่งฝั่งซ้ายของเครื่อง ส่วนขากลับให้เลือกนั่งฝั่งขวาของเครื่องนะคะ


เมื่อเราลงมาแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมก็จะยืนต้อนรับตรงประตูทางออก และถือป้ายชื่อเราอยู่ ที่ Bandos Maldives นั้นเป็นเกาะส่วนตัว ดังนั้นเราจึงต้องรอแขกท่านอื่นของโรงแรมลงเครื่องก่อน จึงจะนั่ง Speed boat เพื่อไปโรงแรมค่ะ แต่ด้วยเครื่องลงเวลาไล่เรี่ยกัน ไม่ต้องกังวลว่าจะรอนานนะคะ




สำหรับห้องพัก จู้จี้เลือกเป็น Superior Beach Villa ค่ะ ความพิเศษของห้องนี้คือเป็น Beachfront ลักษณะเป็นบังกะโล 2 ชั้น ด้านบนเป็นห้องนอน และระเบียง สามารถมองเห็นชายหาดได้จากห้องนอนเลยค่ะ ส่วนชั้นล่างจะเป็นห้องนั่งเล่น สามารถดูทีวี ทานอาหาร ได้เลยค่ะ ห้องน้ำที่นี่กว้างขวางมาก มีทั้งตู้เสื้อผ้า ฝักบัวอาบน้ำแบบ indoor และ outdoor อ่างล้างหน้าจำนวน 2 อัน

นอกจากนี้ บริเวณชั้นล่างยังมีอ่าง Jacuzzi อีกด้วย ใครมากับแฟน จู้จี้ขอแนะนำห้องนี้เลยค่ะ รับรองว่าระดับความผูกพันจะพุ่งปรี๊ดเลย





อากาศที่นี่ค่อนข้างร้อน ไม่ต่างกับที่ไทยเลยค่ะ แต่ด้วยความใสของน้ำ ความขาวของทรายบนชายหาด และความเงียบของบรรยากาศ มีเพียงแค่เสียงคลื่นซัดชายฝั่งเป็นจังหวะ ทำให้ลืมความร้อนแล้วปล่อยใจไปกับทะเลเลยค่ะ ทางโรงแรมมีเตียงสำหรับอาบแดดไว้บริการทุกจุดรอบหาดเลยค่ะ ใครอยากมีผิวสีแทนไม่ต้องปูผ้านอนบนทรายแล้วนะคะ


ข้อควรรู้คือ ชายหาดของเกาะมัลดีฟส์ หลาย ๆ แห่งเป็นแบบชายหาดตื้น ซึ่งก็คือมีชายหาดที่ตื้นมาก หากเราเดินลงทะเล อาจจะผลุบหายไป คล้าย ๆ การตกหน้าผา แต่เป็นการตกหน้าผาในทะเลแทนค่ะ แต่ที่พิเศษคือ เราสามารถมองเห็นปลาหลายชนิดได้บนหาดเลย แม้กระทั่งปลาฉลามก็มีมาโฉบให้ได้ดูตลอดค่ะ



สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ คือการดำน้ำลึก (Diving) ซึ่งจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสประสบการณ์ใต้น้ำ เจอปลาฉลาม ปลากระเบน และปลาอื่น ๆ ที่น่าสนใจค่ะ แต่กฎเหล็กของการไป Diving คือต้องว่ายน้ำเป็น และสามารถลอยตัวในน้ำโดยปราศจากอุปกรณ์ช่วยเป็นระยะเวลา 10 นาที และแน่นอนค่ะ จู้จี้ไม่สามารถ.....


เลยมาลงเอยที่การไปนั่งเรือท้องกระจกวนรอบเกาะแทนค่ะ พนักงานจะพาเราไปนั่งเรือ ซึ่งเราจะได้เห็นปะการัง ปลาเล็ก ปลาใหญ่

" เวลามีฉลามโผล่มา พนักงานที่ขับเรือก็จะร้องว่า Shark Shark! ให้เราได้ดูกันค่ะ "

กิจกรรมยามเย็นสุดโรแมนติกที่พลาดไม่ได้ของที่นี่ คือการไปชมฝูงปลาโลมานับสิบ ๆ ตัว ที่ชวนกันมาว่ายน้ำเล่นเคียงคู่กับเรือของนักท่องเที่ยวค่ะ บรรยากาศช่วงตะวันจะลับขอบฟ้า ทำท่าจะล้มตัวลงนอนท่ามกลางผืนสมุทร เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมากินลม ชมความงานของธรรมชาติเป็นที่สุด



หลังจากใช้เวลากับกิจกรรมด้านนอกมาทั้งวัน ก็ถึงเวลา Relax แบบโรแมนติ๊กกก โรแมนติกแล้วล่ะค่ะ เนื่องจากทางโรงแรมมีไวน์แดงมามอบให้เราเป็นของขวัญพิเศษ จู้จี้เองก็ไม่พลาดที่จะมานั่งจิบไวน์ในอ่าง Jacuzzi ร่วมกับกับคุณแฟน พร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศ ให้ร่างกายปะทะสายลมยามค่ำคืนและสายน้ำอุ่น ๆ ในอ่าง เคล้าคลอกับเสียงคลื่นที่กระทบชายฝั่งเป็นระยะ ๆ แหมมม อยากจะหยุดช่วงเวลานี้ไว้จริง ๆ



สำหรับอาหารของจู้จี้จองเป็นแบบ Half board มา สามารถทานมื้อเช้าและมื้อเย็นได้ฟรีค่ะ แต่ในส่วนของมื้อกลางวันจะต้องสั่งเพิ่ม ซึ่งราคาอาหารจะอยู่ที่ประมาณจานละ 300 ขึ้นไป (มี 200 กว่า ๆ ด้วย แต่ไม่ค่อยมีให้เลือกเยอะค่ะ) ถ้าใครจะมา จู้จี้ขอแนะนำให้จองเป็นแบบ Full board เพื่อที่จะสามารถทานอาหารได้ครบ 3 มื้อ และได้เครื่องดื่มฟรีค่ะ


ที่นี่เน้นอาหารเป็นเนื้อ, ไก่, และซีฟู๊ดค่ะ เนื่องจากคนมัลดีฟส์นับถือศาสนาอิสลาม จึงไม่มีหมูไว้บริการนักท่องเที่ยวนะคะ แต่ถึงแม้ไม่มีหมู แต่ไลน์อาหารก็มาครบทั้งขนมปัง, สลัด, เมนูไข่, ไก่ย่าง, เนื้อย่าง, ผลไม้, ของหวาน ค่ะ และมาแบบไม่อั้นด้วย ใครไม่อิ่ม ก็สามารถตักได้จนกว่าจะรู้สึกอิ่มจุก ๆ ค่ะ พนักงานก็น่ารัก บริการดี ไม่มีเคืองที่เราตักหลายรอบเลย

ข้อแนะนำ สำหรับการจองที่พัก

  • เหมาะสำหรับคนที่มีงบจำกัด เพราะราคาถูกกว่า Villa กลางน้ำของที่อื่นเกือบครึ่งนึงเลย

  • จองแบบ Full board สำหรับคนที่ต้องการทานอาหารของทางโรงแรมครบทั้ง 3 มื้อ และต้องการเครื่องดื่มฟรี แต่หากต้องการประหยัด สามารถจองแบบ Half board แล้วนำอาหารจากไทยไปทานเองได้

  • จู้จี้จองแบบ Half board ไป แต่อาหารกลางวันจู้จี้ต้องสั่งแยก พบว่าเมื่อรวม ๆ แล้ว ราคาแพงกว่าจองแบบ Full board ค่ะ

  • ถ้ามากับแฟน ให้แจ้งว่าเป็น Honeymoon Trip เพื่อที่จะได้รับไวน์ฟรี และได้ห้องพักใกล้ริมชายหาดมากที่สุด

  • เวลาจองที่พัก อย่าดูแค่ราคาที่พักอย่างเดียว เพราะเราต้องจ่ายค่าเรือ Speed boat ของที่นี่ราคา 3,100 บาท ต่อ คน แต่ถ้าจองโรงแรมที่ตั้งอยู่บนเกาะไกลจากมาเล่ไปอีก ต้องจ่ายค่า Seaplane ซึ่งมีราคาสูงกว่ามาก

  • มัลดีฟส์ช่วงฝนตกไม่ต้องกังวลเท่าไหร่ เพราะฝนตกแปปเดียวเดี๋ยวก็หยุดค่ะ

ค่าใช้จ่าย [ต่อคน]


1.ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป - กลับ Thai AisAsia รวมน้ำหนักกระเป๋า อาหาร และที่นั่ง ราคา 9,590 บาท

2.ค่าเรือ Speed boat ไป - กลับ มาเล่ - โรงแรม ราคา ประมาณ 3,100 บาท

3.ค่าที่พักโรงแรมระดับ 5 ดาว ห้อง Superior Beach Villa จำนวน 4 วัน 3 คืน ราคา 16,157.86 บาท

3.ค่าน้ำดื่ม 5 ลิตร ราคา 300 บาท

4.ค่าชมปลาโลมาและพระอาทิตย์ตกดิน ราคา 1,500 บาท

5.ค่านั่งเรือท้องกระจก ราคา 800 บาท


รวมเป็นเงิน 31,447 บาท

*ราคายังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียมของอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมต่าง ๆ (ค่าธรรมเนียม 10% และค่าภาษี 12%)

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักที่มัลดีฟส์ ราคาถูก บรรยากาศดี ไว้ไปสวีทหวานเติมความรักกับแฟนแล้วล่ะก็ อย่าลืมนึกถึง Bandos Maldives ที่พักระดับ 5 ดาวในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงนะคะ









©2020 by Joojee Journal Journey. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now