นอนแช่น้ำชมวิวภูเขา ใส่บาตรพระขี่ม้า ทัวร์อีแต๋น ชิมชา เก็บผัก ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ ที่ภูใจใส เมาน์






สวัสดีค่ะทุกคนนน กลับมาเจอกับจู้จี้อีกแล้ว!!!

ครั้งนี้ จู้จี้ จะพาเพื่อน ๆ มาสัมผัสกับธรรมชาติ แบบใกล้ชิด ที่เชียงรายกันค่ะ

ความพิเศษของที่นี่ คือการออกแบบ ตกแต่ง ให้เข้ากับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความร่มรื่นของต้นไม้ ทั้งต้นไม ้ใหญ่ ต้นไม้เลื้อย ออกดอกสีสันสวยงาม ทุกบริเวณของโรงแรม การเลือกใช้วัสดุให้มีความอีโค่ อย่างไม้ไผ่และไม้มาสร้างสรรค์เป็นห้องพักและโซนต่าง ๆ รวมทั้งแอบแฝงไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายของชาวเขา อย่างหมอน โซฟ้า ด้วยผ้าทอมือ

นอกเหนือจากการพักผ่อน นอนแช่อ่างชมวิวภูเขาจากในห้องพักแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ไม่เหมือนที่ไหน อย่างการใส่บาตรพระขี่ม้า และทัวร์อีแต๋น เก็บผักออแกนิค ชิมชา ชมวิวเฟิร์นที่ขึ้นตามธรมชาติในป่า

แค่อ่านมาแค่นี้ ก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศดี ๆ เพื่อผ่อนคลายกันแล้วใช่ไหมคะ?

งั้นเลื่อนลงมาอ่าน เพื่อให้ธรรมชาติชาร์จพลังกันดีกว่า!!


 


  • เติมเต็มอากาศสดชื่น สูดหายใจเข้าเต็มปอด กับบรรยากาศที่พักสุดแสนร่มรื่น

  • นอนแช่น้ำชมวิว ในห้องพัก Boutiqe Cottage

  • เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการใส่บาตรพระขี่ม้า และฟังธรรมแบบทำนองเพลง

  • ชมเฟิร์นธรรมชาติ เก็บผักออแกนิค ชิมชาพีชแสนอร่อย กับทัวร์อีแต๋น

  • ทานหมูกระทะลอยฟ้า อาหารเหนือแท้ ๆ และพิซซ่าโฮมเมดเตาถ่าน


 

เติมเต็มอากาศสดชื่น สูดหายใจเข้าเต็มปอด กับบรรยากาศที่พักสุดแสนร่มรื่น


ต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้า Lobby



โซนนั่งรอระหว่าง Check-in, Check-out



Welcome drink คือชา และ ขนม



บริเวณที่จำหน่ายของที่ระลึก


เมื่อเรามาถึง ภูใจใส รีสอร์ต สิ่งแรกที่เรารับรู้ได้เลยคือความสดชื่นและความร่มรื่น เพราะเราจะเจอกับต้นไม้ใหญ่ ๆ ทั้งสองข้างทางเดินเลยค่ะ จุดที่รอเช็คอินก็ทำจากไม้ไผ่ โซฟามีหมอนอิง และผ้าที่ทำมาจากการทอมือของชาวเขา ระหว่างรอจะมี Welcome drink เสิร์ฟในรูปแบบหน้าตาน่ารัก คล้ายกับร้านกาแฟโบราณ เป็นชาไทย รสชาติหวาน เย็น ดับร้อนในช่วงบ่าย ๆ แบบนี้ได้ดีเลย



บริเวณโดยรอบรีสอร์ต



บริเวณโดยรอบรีสอร์ต



บริเวณโดยรอบรีสอร์ต



บริเวณโดยรอบรีสอร์ต


ระหว่างรอเช็คอิน ขอเดินเล่นชมวิวรอบ ๆ รีสอร์ตกันก่อน ที่นี่มองเห็นวิวภูเขาได้แบบพาโนราม่าเลย ที่สำคัญช่วงเดือนมีนาคมเป็นช่วงที่ดอกไม้เลื้อยเริ่มออกดอกเบ่งบาน สร้างบรรยากาศสดชื่น สีสันสวยงาม สะดุดตามาก ๆ ค่ะ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนแดดจัด แต่ลมก็พัดผ่านให้รู้สึกเย็นสบายตลอดเวลา



สระว่ายน้ำส่วนกลาง



สระว่ายน้ำส่วนกลาง


นอกจากนี้ ยังมีมุมสระว่ายน้ำ ซึ่งสระที่นี่เป็นแนวนอน แบบอินฟินิตี้ เดินไปถ่ายรูปบริเวณขอบสระได้ด้วย ใครชอบว่ายน้ำเหมาะมาก ๆ ว่ายน้ำไปชมวิวภูเขาไป เป็นอะไรที่ฟินมากจริง ๆ ค่ะ ระหว่างว่ายน้ำ ก็จะเห็นมีผีเสื้อตัวเล็ก ๆ น่ารักบินบริเวณสระว่ายน้ำด้วย



ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต



ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต



ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต



ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต



ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต


อีกหนึ่งสิ่งที่จู้จี้ชอบมาก ๆ ก็คือเดินไปทางไหน ก็เจอแต่ดอกไม้ค่ะ ดอกไม้ที่นี่เค้ามีหลากหลายชนิดมาก แต่ละมุมไม่ซ้ำกันเลย ให้ความรู้สึกแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา ทั้งสีส้ม สีชมพู สีเหลือง สีแดง คัลเลอร์ฟูลมากจริง ๆ ดอกไม้แต่ละต้นถูกจัดวางแซมแต่ละมุมให้กลมกลืน มองแล้วสบายตา สบายใจสุด ๆ เลย



บ่อปลาคาร์ฟ

อีกหนึ่งมุมโปรด คือโซนบ่อปลาคาร์ฟ ที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ฟตัวเล็กตัวใหญ่ว่ายมาทักทายกัน โซนนี้จะค่อนข้างร่มรื่นมาก ๆ เพราะมีต้นไม้ใหญ่บัง สามารถนั่งชมน้องปลาได้ตลอดเวลาเลยค่ะ อีกทั้งตามความเชื่อ ปลาคาร์ฟยังเป็นปลามงคล มีความหมายสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ช่วยให้ค้าขายดีนั่นเอง



 

นอนแช่น้ำชมวิว ในห้องพัก Boutiqe Cottage


แช่อ่างหินน้ำอุ่น ชมวิวภูเขา



ระเบียงชมวิว


เมื่อเข้าห้องพักมาแล้ว ร้อน ๆ แบบนี้ขอลงไปนอนแช่น้ำในอ่างหินหน้าห้องนอน ชมวิวภูเขาแบบพาโนราม่า มองไปทางไหนก็เจอแต่ท้องฟ้าตัดกับยอดภูเขา เคล้ากับเสียงลมพัดอ่อน ๆ ชาร์จแบตให้ตัวเองสักหน่อยค่ะ ห้องที่มีอ่างแบบนี้ ต้องเป็นห้อง Type Boutiqe Cottage เท่านั้นนะคะ รีบจองหน่อยนะคะ เพราะเค้ามีแค่ 3 ห้องเท่านั้น แต่ถ้าใครรู้สึกว่าอ่างเล็กไม่จุใจ อยากได้แบบสระใหญ่ ๆ ว่ายน้ำในห้อง ต้องจองห้อง Type Pool villa เลย เค้ามีให้เพียง 2 ห้องเท่านั้น



ห้องไม้ไผ่ กลิ่นอายธรรมชาติ



ห้องพักกว้างขวาง เตียงนุ่ม หลับสบาย



มุมโต๊ะทำงาน Work from hotel



บริเวณที่เก็บรองเท้าและร่ม



ห้องน้ำกว้างขวาง



โซนชงชากาแฟ


ภายในห้องพัก ความใส่ใจถูกแสดงผ่านการออกแบบของที่นี่ เพราะนอกจากจะใช้ไม้ไผ่ในการสร้างแล้ว ภายในห้องนอนยังกว้างขวาง โซนห้องนั่งเล่นใหญ่ แม้แต่ในห้องน้ำก็กว้างไม่แพ้กัน เราสามารถชมวิวด้านนอกได้ แม้ว่าจะนั่งอยู่โซนห้องนั่งเล่น ที่จู้จี้ชอบมาก ๆ คือการที่เราได้เห็นผ้าบังโซนอาบน้ำและห้องน้ำ เป็นผ้าที่ทอมือจากชาวเขา เช่นเดียวกับหมอนอิง และโซฟาตามจุดต่าง ๆ ในห้องพัก ใครที่ชอบความมีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ชอบงานแฮนด์เมด เวลาไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องว้าวให้กับที่นี่เลยค่ะ นอกจากนี้ บนกำแพงหรือตามทางเดินก็ยังมีการทำลายจากใบไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลย ในส่วนของครีมอาบน้ำ และแชมพู จะมีส่วนผสมของน้ำผึ้งซึ่งมีกลิ่นหอมละมุนมาก ๆ ถ้าใครชอบ ก็สามารถซื้อกลับไปใช้ที่บ้านกันได้นะคะ



 

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการใส่บาตรพระขี่ม้า และฟังธรรมแบบทำนองเพลง


พระขี่ม้า



นั่งฟังธรรม และฟังสวดแบบมีทำนอง



ชุดใส่บาตร พระขี่ม้า



น้ำสำหรับกรวดน้ำ


ใครเคยเห็นพระขี่ม้าบ้างยกมือขึ้น!!! จู้จี้ขอสารภาพเลยว่าเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกค่ะ พระจะมาตอนประมาณ 7:45 น. ซึ่งหากเราอยากใส่บาตรก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้จัดเตรียมชุดตักบาตรและที่กรวดน้ำไว้ล่วงหน้า 1 วัน พระท่านนอกจากจะให้เราใส่บาตรแล้ว ก็ยังเทศนาธรรมะ สอดแทรกกับการใช้ชีวิตประจำวันได้แบบไม่เบื่อเลย รวมทั้งบทสวดก็ยังร้องเป็นทำนองด้วย เป็นอีกมุมนึงที่ใหม่สำหรับจู้จี้มาก ก่อนกลับพระท่านให้เราสามารถนำแบงค์ไปแลกแบงค์ที่ท่านเตรียมมาให้ เพื่อเก็บไว้เป็นมงคลด้วยค่ะ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ อีกวันนึง



 

ชมเฟิร์นธรรมชาติ เก็บผักออแกนิค ชิมชาพีชแสนอร่อย กับทัวร์อีแต๋น


นั่งรถอีแต๋นชมวิวธรรมชาติ



เป็นชาวเขา 1 วัน



กำแพงเฟิร์น ขึ้นเองตามธรรมชาติ

หลังจากที่เติมพลังอาหารเช้าแล้ว ตอนสาย ๆ เราก็มาทัวร์อีแต๋นชมป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติกันค่ะ!! ทัวร์อีแต๋นนี้ มีแค่วันละ 2 รอบเท่านั้น คือรอบ 09:00 และ 15:00 น. ซึ่งเป็นทัวร์แบบ Private ราคาเพียงท่านละ 400 บาทเท่านั้น! แนะนำว่าให้จองล่วงหน้า เพื่อไม่ให้พลาดนะคะ

ในจุดแรกที่เราจะแวะชมกัน ก็คือกำแพงเฟิร์น ซึ่งกำแพงเฟิร์นนี้ เป็นกำแพงเฟิร์นที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เหมาะแก่การถ่ายรูปชิค ๆ คูล ๆ อัพลงไอจีม๊ากกก



สวนผักออแกนิคสำหรับทำอาหารในรีสอร์ต



เก็บผักออแกนิคไปปรุงอาหาร


จุดถัดไปที่เราจะแวะชมกันก็คือโซนแปลงปลูกผักออแกนิคค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่า อาหารทั้งหมดที่มีผักของรีสอร์ตนี้ นำมาจากผักออแกนิคที่ทางรีสอร์ตปลูกเอง เก็บเอง และปรุงเองค่ะ ซึ่งโซนแปลงผักจะมี 2 โซนคือแปลงใหญ่ และแปลงเล็ก ซึ่งแปลงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมจะเป็นแปลงเล็กเท่านั้น มีผักหลากหลายประเภทมาก ทั้งผักชี ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ และอื่น ๆ ถ้าอยากทานอะไร ก็สามารถเด็ดผัก เพื่อเก็บไว้ให้ทางพ่อครัวปรุงให้ทานแบบฟรี ๆ ได้เลยค่ะ ถือเป็นอีกหนึงกิจกรรมที่ให้เราได้มีส่วนร่วมสนุก ๆ อีกด้วย



พักดื่ม Afternoon tea



ชาพีชหวาน ๆ อร่อย ๆ เย็นชื่นใจ คลายร้อน



เซ็ตอาหาร Afternoon tea


หลังจากนั้น เราจะมาจุดสุดท้าย ก็คือโซนไร่ชาขนาดเล็ก ให้เรานั่งพักชมวิว จิบชา และเซ็ตขนมใน Afternoon tea ซึ่งทีเด็ดอยู่ที่ชาพีช หวาน ๆ เย็น ๆ อร่อย ๆ ให้เราได้จิบคลายร้อนกันค่ะ ถ้าใครชอบชาพีช สามารถตามไปทานได้ที่ร้านอาหารฅนภูเขานะคะ ซึ่งจู้จี้จะตามมารีวิวให้อ่านกันเพิ่มเติมภายหลังค่ะ รอติดตามกันนะคะ



 

ทานหมูกระทะลอยฟ้า อาหารเหนือแท้ ๆ และพิซซ่าโฮมเมดเตาถ่าน



ทานหมูกระทะลอยฟ้า ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน



วิวจากมุมทานหมูกระทะ


มาพักที่นี่ จะไม่พูดถึงอาหารก็คงไม่ได้ เพราะอาหารเค้าอร่อยทุกเมนู!!! มื้อแรกที่จู้จี้อยากนำเสนอ คือมื้อเย็นค่ะ เพราะเราจะมาทานหมูกระทะลอยฟ้ากัน! ที่จู้จี้เรียกหมูกระทะลอยฟ้า เพราะเราจะได้นั่งทานหมูกระทะ ในโซนที่เป็นไพรเวท แบบส่วนตั๊ววว ส่วนตัว สามารถมองวิวภูเขาไปกินไป แถมได้ดูแสงพระอาทิตย์ตกเย็นแบบโรแมนติกด้วย หมูกระทะที่นี่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นนะคะ แนะนำว่าแจ้งจองพร้อมกับตอนที่จองห้องเลย เพราะว่าเค้ามีจำกัดค่ะ นอกจากอิ่มท้องจากอาหารอร่อย ๆ ก็อิ่มใจกับบรรยากาศดี ๆ และช่วงเวลาดี ๆ กับคนรู้ใจด้วยค่ะ




อาหารเหนือแสนอร่อย


นอกจากนี้ อีกเมนูที่ขาดไม่ได้ก็คือ อาหารเหนือนั่นเอง จู้จี้ขอแนะนำว่าต้องสั่ง!! เพราะมันอร่อยมากกก ได้รสชาติเหนือแท้ ๆ อย่างเมนู ไก่คั่วพริก เมนูพื้นเมืองของชาวอาข่า ที่นำไก่ทอดมาผัดคั่วพริก ได้สไตล์อาหารพื้นเมือง เผ็ด ๆ รสชาติจัดจ้าน อร่อยลงตัว ตามมาด้วยน้ำพริกหนุ่มกับแคปหมูกรอบ ๆ กินกับไส้อั่วรสชาติแซ่บ และออเดิร์ฟที่มีแหนมอร่อย ๆ มาด้วย ถ้าใครมาแล้วไม่สั่ง ก็เหมือนกับมาไม่ถึงนะคะ



พิซซ่าร้อน ๆ กับคอกเทลเบา ๆ



Romantic diner ที่หน้าห้องนอน


และเมนูที่ว้าวอีกเมนูก็คือพิซซ่า เพราะที่นี่เป็นพิซซ่าโฮมเมด เตาถ่าน ได้ฟีลอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของอาหารเหนือ หน้าที่จู้จี้อยากแนะนำคือ พิซซ่าล้านนา ซึ่งประกอบไปด้วย ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง ที่ต้องบอกว่าเป็นพิซซ่าหน้าแปลก แต่อร่อยลงตัวสุด ๆ ไปเลย




Buffet breakfast



อาหารเช้าเบา ๆ พร้อมเติมพลังให้วันใหม่


ปิดท้ายด้วยอาหารที่เติมพลังตอนเช้าของจู้จี้ทั้งสองวัน คือเมนูไข่ค่ะ เราสามารถสั่งได้ทั้งไข่เจียว ไข่ดาว ไข่คน ไข่เบเนดิกต์ รวมทั้งแฮมและไส้กรอก ก็สั่งได้ไม่อั้นเลย อีกมุมนึงที่ชอบคือเราสามารถนำขนมปังมาปิ้งบนเตาถ่านเองได้ด้วย ได้กินขนมปังหอมกลิ่นเตาถ่านพร้อมกับแยมโฮมเมด เป็นมื้อเช้าที่สดชื่นมาก ๆ ทานแล้วมีพลังในการเที่ยวตลอดวันเลยค่ะ


 


อ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงอยากไปเที่ยวกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ? ใครชอบ อยากเก็บไว้ในลิสต์แพลนเที่ยว ก็กดเซฟ หรือกดแชร์ไปชวนคนรู้ใจ ไปผ่อนคลาย สร้างโมเม้นท์ดี ๆ กันได้นะคะ

รายละเอียด

Phu Chaisai Mountain Resort

Facebook: https://www.facebook.com/Phuch...

Website: http://www.phu-chaisai.com/

Tel: 053 910 500

Google map: https://goo.gl/maps/XcKW6xPDWH...

ตั้งอยู่ที่ 142 หมู่ 8 บ้านแม่สลอง ตำบล ศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เชียงราย 57110


ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ เร็ว ๆ นี้ จู้จี้จะมารีวิวร้านอาหารฅนภูเขา ร้านอาหารในเครือภูใจใส รีสอร์ตที่สามารถชมวิวของทั้ง 3 ประเทศ ทั้งไทย พม่า และลาวในที่ ๆ เดียว อย่าลืมติดตามกันนะคะ

สามารถอ่านรีวิวทั้งหมดของจู้จี้ได้ที่ www.joojeejournaljourney.com