นอนแช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติ ชาร์จแบตชีวิต ติด #slowlife @ Lan na wild แม่กำปอง เชียงใหม่


" พักผ่อนท่ามกลางป่าเขา สูดเอาอากาศบริสุทธ์จากธรรมชาติเข้าไปเต็มปอด นอนแช่ออนเซ็นอุ่น ๆ ท่ามกลางอากาศหนาว ๆ ที่ Lannawild เชียงใหม่นี่เอง "

เมื่อร่างกายต้องการภูเขา อะไรจะฟินไปกว่าการได้นอนแช่ออนเซ็นอุ่น ๆ เอนกายซุกตัวในผ้าห่มท่ามกลางความหนาวเย็นของบรรยากาศ ตื่นมารับแสงแรกในยามเช้า ฟังเสียงนกร้องพร้อมมองวิวธรรมชาติ 360 องศาใช่ไหมล่ะคะ? ดังนั้น วันหยุดนี้ ลองลุกไปเที่ยวแบบ Digital detox บ้าง เพื่อดูดซับพลังงานของธรรมชาติ ชาร์จแบตให้ชีวิตกันดีกว่าค่ะ


การเดินทางมายังที่พัก จู้จี้เลือกใช้บริการแท็กซี่เหมารับ-ส่งจากสนามบินค่ะ ระยะห่างประมาณ 60 กิโลเมตร ถ้าเพื่อน ๆ ไม่อยากได้ราคาแพง สามารถค้นหาตามเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบราคาและจองล่วงหน้าได้เลยค่ะ แต่แท็กซี่จะมาส่งเราที่จุดเปลี่ยนรถธารทอง เราจะต้องนั่งรถของชาวบ้านขึ้นมาที่นี่อีกทีนะคะ










ที่พักที่นี่ เปิดให้ Check in ตอนบ่าย 3 โมง แต่ถ้าใครมาถึงก่อน ก็สามารถไปนั่งรอได้ที่ชั้นบนสุด หรือเดินถ่ายรูปเล่นเก็บวิวความสวยงามของธรรมชาติก็ได้เช่นกันค่ะ ตรงที่ Check - in มีโซนให้ถ่ายรูปบรรยากาศวิวของภูเขาเยอะเลย


ระหว่างนั้นพนักงานจะให้เราสั่งอาหารและเครื่องดื่มสำหรับมื้อเย็นไว้ล่วงหน้า รวมถึงแจ้งเวลาในการทานอาหารค่ะ พนักงานจะเตรียมอาหารไว้ให้เราล่วงหน้า ซึ่งถ้าถึงเวลาแล้ว เราก็สามารถมานั่งได้เลย ไม่ต้องรอทางครัวทำอาหารให้นานเกินไปค่ะ และสำหรับใครที่ต้องการใส่บาตร ก็สามารถออเดอร์ชุดตักบาตรไปในใบรายการนี้ได้เช่นกันค่ะ พระจะมาบิณฑบาตประมาณ 7 โมงเช้าที่หน้าโรงแรมค่ะ


อีกทั้งโซนนี้ ยังเป็นโซนที่ห้ามลูกค้าใส่รองเท้าเข้ามา แต่ว่าทางโรงแรมเองก็จะมีรองเท้าสานมากมายหลายคู่ หลายไซส์ หลายแบบ ให้เลือกสวมกันแบบคิ้วท์ ๆ ไปเลยค่ะ









ห้องพักที่จู้จี้จองไว้คือ Onsen tree tent เป็นที่พักสไตล์แก้มปิ้ง สามารถพักได้ตั้งแต่ 2-4 คนเลยค่ะ มีเตียง King bed จำนวน 2 เตียง ในช่วงกลางวัน เพื่อน ๆ สามารถเปิดเต้นท์ค้างไว้ได้ เพราะเวลาเรานอนบนเตียงแล้วมองออกไป จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาก ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ เพื่อน ๆ ยังสามารถเปิดหน้าต่างรับลมเย็น ๆ ได้อีกด้วย จะเปิดกลางวันหรือกลางคืนก็ไม่ต้องห่วงว่าจะมีแมลงเข้ามาเพราะมีตาข่ายกันไว้ค่ะ


ที่สำคัญทางห้องพักมีชุดคลุมกิโมโนเตรียมไว้ให้สำหรับใส่คลุมไปแช่ออนเซ็นที่หน้าเต้นท์ หรือจะใส่คลุมตอนเดินไปทานข้าวแบบเก๋ ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ


ห้องพักที่นี้ไม่มีเครื่องปรับอากาศนะคะ แต่จะมีเป็นพัดลมให้แทน แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องอากาศเลยค่ะ เพราะข้างบนนี้เย็นสบายมาก ๆ ยิ่งตกดึกก็ยิ่งหนาวค่ะ








อ่างออนเซ็นห้องนี้เป็นอ่างยางแบบวงกลม ขนาดค่อนข้างใหญ่สามารถแช่แบบ 4 คนได้สบายเลยค่ะ แต่จู้จี้มาแบบแช่อโลนนนน เพราะแฟนไม่ยอมแช่ออนเซ็นด้วย เลยได้แช่ออนเซ็นอุ่น ๆ แบบคนเดียวสบาย สบายค่ะ


ออนเซ็นที่นี่สามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วยนะคะ ในช่วงเช้าน้ำจะอุ่นมากที่สุด น่าจะประมาณ 39 องศา ซึ่งการแช่ตอนเช้า จะให้ความรู้สึกฟินมากขึ้นไปอีก เพราะอากาศตอนเช้าที่นี่จะหนาวมากกก อีกทั้งยังไม่มีแดดออก ข้างบนก็จะหนาว ๆ ส่วนในน้ำก็จะอุ่น ๆ หน่อย ให้ความรู้สึกเกือบจะเท่าตอนไปแช่ออนเซ็นแบบ Outdoor ที่ญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาวเลยค่ะ ทำให้เราสามารถเสพความสุขกับบรรยากาศของป่าเขาได้อยากชุ่มฉ่ำหัวใจ


และถ้าเพื่อน ๆ คนไหนมาที่นี่ อาจจะได้เจอกับน้องแมวผู้ไม่สนโลก ที่มานอนทับเบาะออนเซ็นเราอยู่ก็ได้ ซึ่งต่อให้เราขยับเบาะออกไป น้องก็ยังไม่ยอมลงออกจากเบาะ จนเราต้องยอมแพ้เอง เมี๊ยวววว












สำหรับมื้อเย็นของที่นี่จู้จี้ ขอแนะนำเป็นชาบู หรือจะเรียกแบบไทย ๆ ว่าจิ้มจุ่มก็ได้ มีให้เลือกทั้งแบบหมูล้วน และแบบทะเล นอกจากจะมีชาบูที่เป็นทีเด็ดของที่นี่แล้ว การชนเบียร์ตัดขอบฟ้าก็เป็นอะไรที่มันดีมากเช่นกันนนน


จบจากการทานมื้อเย็นแล้ว ก็สามารถนั่งจิบ Cocktail แบบชิล ๆ ได้ถึงประมาณ 3 ทุ่มเลยค่ะ ใครอยากได้อะไรก็ลุกไปสั่งตรงบาร์ได้เลย


หรือถ้าใครมี Special day แบบวันเกิด วันครบรอบ หรือวันสำคัญอื่น ๆ ก็มาฉลองกับคนสำคัญได้เช่นกัน เพราะพนักงานที่นี่ เค้าช่วยกันเตรียมเซอร์ไพรส์สุดฤทธิ์ ทั้งเค้ก ทั้งเป็นคนร้องเพลง ทั้งถือมาให้เป่าเทียน และยังช่วยย้ำเตือนให้ด้วยว่า อย่าลืมอธิษฐานนะ ^_____^ น่าร๊ากกกก





สำหรับมื้อเช้าจะมีให้เลือกระหว่างข้าวต้มหมูและไข่กระทะ ซึ่งจู้จี้เลือกเป็นไข่กระทะ ทานคู่กับวาฟเฟิลค่ะ ไข่กระทะที่นี่โรยหน้าด้วยกุนเชียง, หมูยอ, และพริกหวาน รสชาติอร่อยสุด ๆ ไปเลย ตบท้ายด้วยวาฟเฟิล แป้งหนานุ่ม หวาน ๆ พร้อมกับวิปครีมและซอสสตอเบอร์รี่ก็เข้ากั๊นนน เข้ากันนน


ส่วนในวันที่สอง ก็ยังเลือกเป็นเมนูเดิม ที่เพิ่มเติมคือทางโรงแรมเค้าเปลี่ยนหน้าเป็นฝอยทองค่ะ ชอบในความไม่ซ้ำ ให้ลูกค้าไม่รู้สึกเบื่อเลย


ส่วนโกโก้และลาเต้ก็รสชาติเข้มข้นมาก ๆ ความหวานกำลังดี แบบนี้เอาใจของจู้จี้ ไปเลยจ้า

ค่าใช้จ่าย


4,500 บาท/คืน

ราคาแต่ละ season ไม่เท่ากัน เช็คราคาและจอง คลิก


ข้อมูลเพิ่มเติม


Lan na wild

ตั้งอยู่ที่ห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

ใกล้หมู่บ้านแม่กำปองและร้านกาแฟเดอะไจแอนท์ ห่างจากสนามบินประมาณ 60 กิโลเมตร

สามารถจองรถแท็กซี่รับส่งจากสนามบินเชียงใหม่ได้นะคะ หรือจะเช่ารถขับมายังที่พักเองก็ได้ นอกจากนี้ยังนั่งรถตู้มาลงที่ร้านกาแฟเดอะใจแอนท์ ราคาคนละ 150 บาทจากสนามบินก็ได้เช่นกันค่ะ

**มีรถชาวบ้านบริการมาส่งที่โรงแรม กรณีที่มาลงยังจุดเปลี่ยนรถธารทอง**

ใครที่รู้สึกหมดไฟ อยากหาประสบการณ์ใหม่ ๆ หรือต้องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบ Private ให้ Lan na wild มาช่วยให้เพื่อน ๆ ผ่อนคลายกนันนะคะ นอกจากนี้ จู้จี้ยังมีประสบการณ์การของการไปเที่ยวปางช้างกันตา ปางช้างที่ได้ช่วยเหลือช้างมาจากการถูกใช้แรงงานหนักจากทางที่ต่าง ๆ โดยที่จู้จี้ได้มีโอกาสไปป้อนอาหาร ทำยาระบาย และช่วยอาบน้ำช้าง จะสนุกขนาดไหน ต้องตามลุ้นกันนะคะ


©2020 by Joojee Journal Journey. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now