Slow life Trip ใช้ชีวิตแบบสโลวไลฟ์ "พายเรือ งมหอย ลอยคอ กินซีฟู๊ด" @แสนตอ โฮมสเตย์ลุงสอน บางขุนเทียน


" ถ้าที่เป็นอยู่มันวุ่นวาย ก็ขอไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายที่แสนตอละกัน.... "

หากใครกำลังเจอกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแดดร้อน ฝนตก รถติด ไปทำงานสาย เจ้านายไม่ปลื้ม และอีกสารพัดเหตุผลที่มากวนใจ จนอยากจะพักกาย พักใจที่ไหนสักที่แล้วละก็ จู้จี้ขอแนะนำให้มาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ พายเรือ งมหอย ลอยคอ กินซีฟู๊ดไม่อั้นโดยฝีมือป้าเอื้อน ที่โฮมสเตย์ลุงสอน อยู่ใกล้ ๆ แค่บางบุนเทียนนี่เอง เป็นที่เที่ยวที่เพื่อน ๆ สามารถขับรถมาได้ ไม่ไกลจากกรุงเทพ แล้วจะพบว่า ฟินนนนน!! จนไม่อยากกลับ


สำหรับการเดินทางมายังที่พัก เพื่อน ๆ สามารถนั่งรถมาลงที่พระราม 2 จากนั้นต่อรถสองแถวหัวแดงมายังโรงเรียนพิทยาลงกรณ์พิทยาคม หรือจะขับรถมาจอดที่นี่ก็ได้นะคะ จากนั้นลุงสอนจะพาเรานั่งเรือหางยาว ที่ใช้แรงขับเคลื่อนโดยแก๊สหุงต้มไปยังที่พักของเราคืนนี้ค่ะ

สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม รู้สึกถึงความร่มรื่นและเงียบสงบมาก ๆ เลยค่ะ ได้ชมวิวไปแบบเพลิน ๆ ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมาย


พักเก็บข้าวเก็บของแล้ว ก็สวมเสื้อชูชีพ มาพายเรือคายัคที่บ่อน้ำด้านหลังเพื่องมหาหอยแครงมาให้ป้าเอื้อนทำกับข้าวให้ทานเย็นนี้ค่ะมา วิธีหาหอยแครงก็ง่ายมาก ๆ แค่รูดนิ้วมือไปตามดินเลนที่อยู่ด้านล่าง ก็จะพบกับของแข็ง ๆ ซึ่งนั้นก็คือ หอยแครง นั่นเองงงง เห็นแบบนี้น้ำไม่ลึกนะคะ ช่วงที่ไปงมหอยแครง ความสูงของน้ำจะแค่ประมาณข้อศอก นั่นเป็นเพราะว่าช่วงกลางวันน้ำทะเลจะลดลง ส่งผลให้จับหอยแครงได้ง่ายค่ะ



งมหอยเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาเย็นพอดี ขึ้นมาเปลี่ยนเป็นเล่นน้ำที่ท่าหน้าบ้านลุงสอน ตรงนี้ช่วงเย็น ๆ น้ำทะเลจะขึ้นสูง สามารถลงไปว่ายน้ำได้เลยค่ะ ถ้าใครว่ายน้ำไม่เป็นก็อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัยนะคะ น้ำคลองค่อนข้างนิ่ง ไม่ไหลแรง เลยสามารถเล่นได้แบบหายห่วงค่ะ



อีกหนึ่งกิจกรรมที่มาถึงแล้วต้องทำก็คือ การไปเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติป่าโกงกาง และการร่วมกันปลูกต้นโกงกางค่ะ กิจกรรมนี้เราจะทำในช่วงเช้านะคะ เพราะว่าแดดยังไม่ค่อยร้อน ทำให้เดินชมป่า ชมนก และชมวิวได้ค่ะ



ส่วนนี้คือ ห้องพักของเราตลอด 2 วัน 1 คืน ค่อนข้างกว้างขวาง ดู ๆ แล้วน่าจะนอนได้สัก 5 คนเลยค่ะ แต่ทริปนี้เรามากันแค่ 3 คนเท่านั้น มีพื้นที่เหลือเฟือค่ะ

ภายในห้องมีครบทั้งมุ้ง, หมอน, ผ้าห่ม, ผ้าปูรองนอน, พัดลม, และโทรทัศน์ พกมาแค่เสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัว รวมทั้งอุปกรณ์อาบน้ำก็พอค่ะ โทรทัศน์ที่นี่ดูเหมือนจะเก่า แต่ว่าเจ๋งมาก ๆ เลย สามารถดูทั้งละครและข่าวได้แบบชัดแจ๋ว ส่วนห้องน้ำจะอยู่ด้านนอกห้องนอนนะคะ มีทั้งหมด 3 ห้อง เพียงพอแน่นอนค่ะ ได้อาบน้ำเย็น ๆ จากตุ่มแบบนี้ สดชื่น ๆ สุด ๆ ไปเลย


สำหรับอาหารการกิน ทั้ง 3 มื้อ เป็นซีฟู๊ดแบบไม่อั้น เราฝากท้องไว้กับป้าเอื้อน ผู้ที่มีสเน่ห์ปลายจวัก ทำอะไรมาให้เรากิน ทั้งกุ้ง, หอย, ปู, ปลา เราก็ซัดไม่มีเหลือเลย แต่ ๆ ๆ แม้ว่าเราจะกินหมด ก็จะได้ยินเสียงป้าเอื้อนถามว่า

กินอิ่มไหม? ไม่พอมาตักเพิ่มได้นะลูก

สรุปคือป้าเอื้อนกลัวเราไม่อิ่ม เลยทำมาเยอะแบบไม่อั้น ไม่มีหวงของ จนเราอิ่มแทบจะกลิ้งได้แล้วค่ะ



สุดท้ายนี้ จู้จี้ต้องขอขอบคุณลุงสอน ผู้ที่คอยดูแลและให้ความรู้แก่เราในทริปนี้ค่ะ จู้จี้มองว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดี และก็มีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาพักผ่อนที่นี่ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปอีกนะคะ

ข้อมูลการติดต่อ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนอยากลองใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบนี้แล้วก็ สามารถโทรไปสำรองห้องพักกับทางลุงสอนได้นะคะ

โทร: 08 - 7071 - 7242

ราคา: 700 บาท/ คน รวมอาหาร 3 มื้อ ไม่มีจ่ายเพิ่มเติม

ปล. ลุงสอนรับนักท่องเที่ยววันละ 1 กรุ๊ปเท่านั้นนะคะ ทำให้เป็นการเที่ยวแบบไพรเวทมาก ๆ

ปล. 2 ที่นั่นไม่ค่อยมีสัญญาณมือถือค่ะ เวลาโทรหาลุงสอนแนะนำเป็นช่วงเช้า ๆ นะคะ เพราะลุงสอนจะออกมาตลาดเพื่อซื้ออาหารไปทำมื้อเช้าให้นักท่องเที่ยวค่ะ

©2020 by Joojee Journal Journey. Proudly created with Wix.com

This site was designed with the
.com
website builder. Create your website today.
Start Now